สหรัฐประกาศเก็บภาษีตอบโต้ทั่วโลกครั้งใหญ่ ตลาดหุ้นมีแนวโน้มผันผวนระยะสั้น จับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐ กับหลายๆประเทศ
• เมื่อคืนโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับหลายประเทศทั่วโลก ด้วยการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้า โดยเก็บภาษี 2 ส่วน คือ การเก็บภาษีขั้นต่ำ (Baseline) 10% ซึ่งจะเรียกเก็บกับสินค้าจากทุกประเทศที่สหรัฐนำเข้าสินค้า โดยมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2025 และการเก็บภาษีส่วนเพิ่ม (Additional) 10-50% สำหรับ 60 ประเทศที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูง โดยมีผลบังคับใช้ในวันพุธที่ 9 เมษายน 2025 ตัวอย่างเช่น จีนถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 34% จากเดิมที่ 20% รวมเป็นภาษีใหม่ที่ 54%, ไทยถูกเก็บภาษี 36%, เวียดนาม 46%, อินเดีย 26% ขณะที่ยุโรปถูกเก็บภาษี 20% อย่างไรก็ตาม คุณสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐ ชี้ไม่อยากให้ประเทศที่โดนขึ้นภาษีทำการตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีกลับ พร้อมระบุสหรัฐกำลังรอต่อการเจรจา
หลังจากการประกาศดังกล่าว ตลาดหุ้นสหรัฐในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Future Market) ผันผวนหนักปรับตัวลง 2 – 3% ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีการปรับตัวลงเช่นเดียวกันที่ประมาณ 1 – 2% ตอบรับกับเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกกังวลถึงผลกระทบของภาษีที่มีต่อเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ และกำไรของบริษัท
เบื้องต้นบลจ.พรินซิเพิลประเมินว่า อัตราภาษีตอบโต้ที่ประกาศออกมา จะสร้างความผันผวนให้ตลาดได้ในระยะสั้น และจุดประสงค์คือการเปิดทางต่อการเจรจาทางการค้ามากกว่าที่จะจัดเก็บภาษีดังกล่าวจริง ๆ โดยล่าสุด มีหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม ไทย ที่ขอเข้าการเจรจากับสหรัฐแล้ว อีกทั้งตลาดหุ้นได้ปรับตัวลงรับประเด็นดังกล่าวไปพอสมควร เราจึงแนะนำนักลงทุนให้ Wait and See เพื่อรอผลการเจรจาดังกล่าว และความชัดเจนที่มากขึ้น อีกทั้งเรายังแนะนำลงทุนในสินทรัพย์ที่เน้นคุณภาพ และเน้นการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ตามพอร์ตการลงทุนแนะนำด้านล่าง
คำเตือน: Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GQE, PRINCIPAL GESG, PRINCIPAL GCREDIT, PRINCIPAL USEQ กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GLEADER กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในอเมริกาเหนือ และยุโรปผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GIFUH กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในยุโรป และอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GESG มิได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน การบริหารจัดการและการจัดทำรายงานของกองทุนรวมเช่นเดียวกับ SRI Fund / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL iPROPEN ลงทุนกระจุกตัวในประเทศแถบเอเชีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุน ณ ต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว / PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ /ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต