เวียดนามลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หลากหลายชนิด หวังช่วยลดความรุนแรงนโยบายภาษีทรัมป์ที่จะประกาศคืนนี้

Image

 

  • ก่อนจะถึงวันแถลงการนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ในคืนนี้ รัฐบาลเวียดนามตัดสินใจลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หลายประเภท เช่น ก๊าซธรรมชาติแบบของเหลว และรถยนต์ โดยรถยนต์บางชนิดได้ถูกลดภาษีลงเหลือที่ 32% จาก 64% ขณะที่ภาษีก๊าซธรรมชาติ (LNG) ลดลงสู่ 2% จาก 5% อีกทั้งภาษีของสินค้าเกษตรบางประเภท เช่น แอปเปิ้ล, ไก่แช่แข็ง, อัลมอนด์ หรือเชอรี่ก็ปรับลดลงเช่นเดียวกัน มุ่งหวังช่วยลดความรุนแรงนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ที่จะประกาศคืนนี้ เนื่องจากรัฐบาลเวียดนามทราบดีว่าเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง

  • อย่างไรก็ตาม บลจ.พรินซิเพิล ยังคงมองว่าเวียดนามจะไม่ใช่ประเทศเป้าหมายหลักของโดนัลด์ ทรัมป์ต่อการขึ้นกำแพงภาษี และโดนัลด์ ทรัมป์มีแนวโน้มจะไม่ขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้าเวียดนามทุกประเภท แต่อาจจะขึ้นเฉพาะสินค้าบางประเภทเท่านั้น เนื่องจากเรามองโดนัลด์ ทรัมป์จะพิจารณาในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ, ความเสี่ยงในทางภูมิรัฐศาสตร์ และการรักษาฐานเสียงเป็นสำคัญ ดังนั้นเวียดนามน่าจะไม่เป็นเป้าหมายหลักของนโยบายการกีดกันการค้าในครั้งนี้ 

  • บลจ.พรินซิเพิล คงมุมมอง Slightly Overweight ต่อหุ้นเวียดนาม เนื่องจากเราเชื่อว่าเวียดนามจะได้รับผลกระทบจำกัดต่อนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มฟื้นตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ การเร่งเบิกจ่ายและการลงทุนของภาครัฐ การเข้าร่วมคำนวณในดัชนี FTSE Emerging Markets ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. ปีนี้ และผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะโตได้ถึง 18% ในปีนี้เช่นกัน แนะนำนักลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสมในพอร์ตการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้

  • PRINCIPAL VNEQ: เน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ คุณภาพดีเป็นหลัก เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารที่มี Credit Growth ที่ดีในอนาคต เนื่องจากจะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสต่ำที่จะถูกปรับประมาณการผลประกอบการลง ขณะที่เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตที่แข็งแกร่ง และกองทุนมีสัดส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกต่ำมาก ทำให้ได้รับผลกระทบที่จำกัดของนโยบายกีดกันภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ โดย บลจ.พรินซิเพิล คาดว่าตลาดหุ้นจะทยอยรับรู้ปัจจัยบวกที่กล่าวไปข้างต้น ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยนักลงทุนสามารถอ้างอิงน้ำหนักการลงทุน ได้จากพอร์ตการลงทุนแนะนำด้านล่าง
     

Image

 

Image

 

คำเตือน: 
Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
•    สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income” 
•    สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
•    สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
•    ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GQE, PRINCIPAL GESG, PRINCIPAL GCREDIT และ PRINCIPAL USEQ กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GIFUH กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในยุโรป และอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GLEADER ลงทุนกระจุกตัวในอเมริกาเหนือ และยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย /  PRINCIPAL GESG มิได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน การบริหารจัดการและการจัดทำรายงานของกองทุนรวมเช่นเดียวกับ SRI Fund / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุน ณ ต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว / PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน  
https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน/  Copyright @ 2025 บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสริช์ ประเทศไทย สงวนลิขสิทธิ ข้อมูลที่ประกอบในเอกสารนี้ : (1) เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ และ/หรือ ผู้ให้บริการข้อมูล (2) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการทำซ้ำ หรือเผยแพร่ (3) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ครบถ้วน และความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกกรณีจากการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต