กำไรตลาดหุ้นเวียดนามโตแข็งแกร่งปีหน้า เตรียมรับปัจจัยบวกการเข้าร่วมคำนวณดัชนีตลาดเกิดใหม่ แนะนำทยอยสะสมด้วยมุมมองระยะกลาง-ยาว
• บลจ.พรินซิเพิล คาดกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนามยังโตแข็งแกร่งในปีหน้าที่ประมาณ 22% YoY สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด (Source: Bloomberg as of 4 December 2024) โดยคาดมาตรการกระตุ้นด้านการคลังของเวียดนามจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจเป็นหลักเนื่องจากผู้นำคนใหม่ พล.อ.เลือง เกื่อง ค่อนข้างที่จะกระตือรือร้นในการลงทุนโปรเจคใหญ่ ๆ อีกทั้งในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมาหนี้สาธารณะของเวียดนามอยู่ในระดับต่ำที่สุดในอาเซียน ประมาณ 30 – 40% ของ GDP ทำให้มีโอกาสกู้มาลงทุนเพิ่มเติมได้
• เรามองว่าในช่วงไตรมาส 2 / 2025 ตลาดหุ้นเวียดนามมีแนวโน้มสามารถสร้างผลงานที่ดีได้ เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการเตรียมเข้าไปอยู่ใน waiting list ของการเข้าร่วมคำนวณในดัชนีตลาดเกิดใหม่ของ FTSE และจะเข้าร่วมจริง ๆ ในเดือน ก.ย. 2025 หลังมีการพัฒนาระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ให้เป็นสากลมากขึ้น โดยการเปลี่ยนระบบซื้อขายที่เคยใช้ของบริษัท FPT เป็น KRX ที่เป็นระบบการซื้อขายเดียวกับประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้ง กลต. เวียดนามอนุญาตให้ซื้อขายโดยไม่มี Pre-funding ได้ตามเกณฑ์พิจารณาของ FTSE แล้ว โดยคาดกาณ์ว่าหลังถูกอัพเกรดจะมี Fund Flow ต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ตลาดหุ้นน่าจะตอบรับ (Price in) ข่าวเกี่ยวกับนโยบายด้านภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ในช่วง 100 วันแรก หลังการขึ้นรับตำแหน่งไปพอสมควรแล้ว ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามในช่วงไตรมาส 2 2025 จะได้รับแรงกดดันน้อยลงจากปัจจัยนี้
• โดยเบื้องต้นตลาดคาดเวียดนามจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ เนื่องจากเวียดนามส่งออกไปที่สหรัฐฯ มากที่สุด และมีงบประมาณเกินดุลสูงต่อสหรัฐฯ มากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่อย่างไรก็ตามเรามองผลกระทบจากปัจจัยนี้มีแนวโน้มจำกัดเนื่องจากเวียดนามมีความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นกลางระหว่างสหรัฐฯ และจีน และที่สำคัญในสมัย Trump 1.0 โดนัลด์ ทรัมป์ไม่เคยกล่าวว่าเวียดนามเป็นเป้าหมายของนโยบายกีดกันทางการค้า โดยที่ผ่านมาก็กล่าวถึงแค่จีน เม็กซิโก และ แคนาดา เท่านั้น
• โดยจากการขึ้นภาษีของสหรัฐต่อประเทศอื่นๆ เวียดนามจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิต (Relocate) จากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นซึ่งเกินดุลกับสหรัฐฯจำนวนมาก มาที่เวียดนามมากขึ้น ทำให้เวียดนามเติบโตจากการลงทุนของต่างประเทศได้ต่อเนื่อง (FDI)
• PRINCIPAL VNEQ: ทีมผู้จัดการกองทุนยังเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ คุณภาพดีเป็นหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มี downside ที่ต่ำสำหรับมุมมองการลงทุนในปีหน้า และได้ลดการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกไปแล้วค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะจำกัดผลกระทบต่อนโยบายด้านภาษีที่ไม่แน่นอนของโดนัลด์ทรัมป์ นอกจากนี้ผู้จัดการกองทุนกำลังเลือกซื้อหุ้นคุณภาพดี ที่ Foreign Ownership Limit (FOL) ที่ยังไม่เต็ม และมีความเสี่ยงที่จะถูกนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรลงต่ำ โดยกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นสม่ำเสมอ 13.09% YTD ขณะที่ Benchmark (FTSE Vietnam Index)ให้ผลตอบแทนที่ -5.90% และกองทุนได้รับการจัดอันดับ Morningstar 5 ดาว (Source: Principal as of 30 Nov 2024) โดยนักลงทุนสามารถอ้างอิงน้ำหนักการลงทุนได้ตามพอร์ตการลงทุนแนะนำตามระดับความเสี่ยงด้านล่าง
คำเตือน:
Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GREITs กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจํานวนมาก / PRINCIPAL GREITs, PRINCIPAL GQE, PRINCIPAL GESG, PRINCIPAL GCREDIT, PRINCIPAL USEQ กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GOPP กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GIFUH กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในยุโรป อังกฤษ และอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GESG มิได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน การบริหารจัดการและการจัดทำรายงานของกองทุนรวมเช่นเดียวกับ SRI Fund / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุน ณ ต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว / PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / Copyright @ 2024 บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสริช์ ประเทศไทย สงวนลิขสิทธิ ข้อมูลที่ประกอบในเอกสารนี้ : (1) เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ และ/หรือ ผู้ให้บริการข้อมูล (2) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการทำซ้ำ หรือเผยแพร่ (3) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ครบถ้วน และความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกกรณีจากการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต